5 จุดเสี่ยงบน ถนน ที่ชาว 2 ล้อต้องเบาได้เบา

5 จุดเสี่ยงบนถนนที่ชาว 2 ล้อต้องเบาได้เบา

การขี่มอเตอร์ไซค์บนท้องถนน เมืองไทย นอกเหนือจากต้องใช้ทักษะการควบคุมรถที่ดีแล้ว การคาดการณ์ล่วงหน้าหรือการอ่านผิวจราจรถือเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้รอดพ้นจากอุบัติเหตุ เพราะมีหลายจุดที่สภาพพื้นผิวและสภาพแวดล้อมพร้อมจะทำให้รถเสียการทรงตัวได้ง่ายๆ โดย 5 จุดเสี่ยง บนถนนที่ชาว 2 ล้อต้องเบาได้เบา และเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ มีดังนี้

 

บริเวณจุดกลับรถ (U-Turn) และทางร่วมทางแยก 

พื้นที่บริเวณจุดกลับรถและทางแยกเป็นจุดที่มีความเสี่ยงสูง มุมอับสายตาและการตัดหน้า รถที่กำลังจะเลี้ยวหรือกลับรถมักจะโฟกัสไปที่รถยนต์ขนาดใหญ่จนอาจมองไม่เห็นรถจักรยานยนต์ที่วิ่งมาด้วยความเร็ว (อุบัติเหตุประเภทรถเลี้ยวตัดหน้า) การเข้าใกล้จุดกลับรถจึงต้อง “เบาได้เบา” ลดความเร็วลงมาในระดับที่พร้อมเบรกได้ทันที และพยายามสังเกตล้อหน้าของรถคันอื่นว่าเริ่มขยับขับเคลื่อนเข้ามาในเลนของเราหรือไม่ 

 

เขตก่อสร้าง ทางเบี่ยง และพื้นผิวถนนที่ชำรุด 

ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ก่อสร้างรถไฟฟ้า การซ่อมแซมผิวจราจร หรือถนนที่เป็นหลุมเป็นบ่อ สิ่งที่มักจะตามมาเสมอคือ กรวดลอย ทราย และเศษดิน ที่ตกหล่นอยู่บนพื้น เม็ดกรวดและผงทรายขนาดเล็กเหล่านี้จะทำหน้าที่เสมือน “ตลับลูกปืน” คั่นกลางระหว่างหน้ายางกับผิวถนน ทำให้ยางไม่สามารถยึดเกาะกับพื้นผิวที่แท้จริงได้ เมื่อไรที่ชาวสองล้อเอียงรถเข้าโค้งหรือเบรกบนพื้นที่มีทรายลอย รถจะสไลด์ออกทันที 

 

ขับจี้ท้ายรถบรรทุก

เมื่อรถบรรทุกเบรกกะทันหัน ระยะเบรกของมอเตอร์ไซค์ที่แล่นจี้ท้ายมักจะไม่เพียงพอจนทำให้เกิดอุบัติเหตุพุ่งชนท้ายอย่างรุนแรง นอกจากนี้ ท้ายรถบรรทุกยังเป็นมุมอับสายตาที่กระจกมองข้างของคนขับรถบรรทุกไม่มีทางส่องมาเห็นคุณ

 

เลี้ยวโค้งไม่ชิดขอบทางด้านซ้าย

การเลี้ยวโค้งซ้ายแล้วรถบานออกไปทางขวา ก็อาจถูกรถยนต์ที่วิ่งตามหลังมาในเลนขวาชนท้ายเอาได้ง่ายๆ นอกจากนี้ การไม่รักษาแนวขี่ชิดซ้ายยังทำให้ผู้ขับขี่สูญเสียพื้นที่ปลอดภัย

 

ไม่เผื่อระยะเมื่อแซง

การเร่งแซงรถคันอื่นในระยะกระชั้นชิดโดยไม่เผื่อพื้นที่และเวลาให้มากพอ เป็นพฤติกรรมเสี่ยงที่มักนำไปสู่อุบัติเหตุเฉี่ยวชนอย่างรุนแรง หากรถคันที่ถูกแซงเกิดเปลี่ยนเลน หักหลบสิ่งกีดขวาง หรือเบรกกะทันหันในเสี้ยววินาทีนั้น จะไม่เหลือระยะในการเบรกหลบหลีกได้เลย