ยางมอเตอร์ไซค์ เป็นอีกหนึ่งส่วนสำคัญของรถมอเตอร์ไซค์ที่บางคนให้ความสนใจในการปรับเปลี่ยนขนาดยาง ไม่ว่าจะเป็นการ “เพิ่มไซส์” ให้ยางดูใหญ่ ดุดัน สไตล์สปอร์ต หรือการ “ลดไซส์” ให้ยางดูเล็กลง เน้นความคล่องตัวและทำความเร็วตามค่านิยมเฉพาะกลุ่ม แต่รู้หรือไม่ว่า ยางแต่ละเส้นที่ติดมาจากโรงงานนั้นได้ผ่านการคำนวณและผ่านการทดสอบทางวิศวกรรมร่วมกับขนาดของวงล้อ (กะทะล้อ) และระบบกันสะเทือนมาอย่างละเอียด การเพิ่มหรือลดไซส์ยางตามความชอบโดยขาดความเข้าใจของโครงสร้างรถมอเตอร์ไซค์ในแต่ละรุ่นที่คุณใช้อยู่ อาจส่งผลกระทบต่อสมรรถนะการขับขี่อย่างรุนแรง และนี่คือ 5 อันตรายที่คุณต้องเจอหากเลือกเปลี่ยนไซส์ยางที่ไม่เหมาะสม
หน้าสัมผัสผิดรูป ประสิทธิภาพการเกาะถนนไม่ดี
ถ้าคุณใส่ยางใหญ่เกินไปจะทำให้เนื้อยางจะถูกขอบล้อบีบ ทำให้หน้ายางมีลักษณะ “โก่งตัว” เป็นทรงโดนัท พื้นที่หน้าสัมผัสตรงกลางจะลดลง หน้าสัมผัสตอนเข้าโค้งก็ผิดเพี้ยนไป อาจเกิดอุบัติเหตุในที่สุด แต่ถ้าคุณใส่ยางเบอร์ที่เล็กเกินไป อาจทำให้หน้าขอบล้อจะดึงเนื้อยางให้ “กางออก” จนตึง หน้ายางจะแบนราบกว่าปกติ
ระยะเบรกยาวขึ้น
ความปลอดภัยในการหยุดรถขึ้นอยู่กับพื้นที่หน้าสัมผัสของยางและแรงเสียดทานที่พอดี หากคุณ ลดไซส์ยาง ให้เล็กลง พื้นที่ที่จะช่วยฉุดรั้งรถให้หยุดก็จะน้อยลงตามไปด้วย ทำให้ระยะเบรกยาวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ในทางกลับกัน หลายคนคิดว่าการ เพิ่มไซส์ยาง จะช่วยให้เกาะถนนและเบรกดีขึ้น แต่หากหน้ายางโก่งตัวจนหน้าสัมผัสลดลง บวกกับน้ำหนักยางที่เพิ่มขึ้นจนกลายเป็นภาระของระบบเบรก ผลลัพธ์กลับกลายเป็นว่ารถใช้ระยะทางในการหยุดยาวกว่าเดิม ซึ่งอาจส่งผลร้ายแรงในสถานการณ์ฉุกเฉิน
ยางติดซุ้มหรือเสียดสีจนยางระเบิด
ในกรณีนี้มักเกิดขึ้นบ่อยกับคนที่ชอบ เพิ่มไซส์ยาง โดยไม่คำนวณพื้นที่ว่างของตัวรถ ยางที่ใหญ่ขึ้นอาจดูสวยงามตอนจอดนิ่งๆ แต่เมื่อนำไปขับขี่จริง ยางจะเกิดการขยายตัวจากความร้อนและแรงเหวี่ยง ยิ่งในช่วงที่รถต้องบรรทุกหนักหรือเจอทางต่างระดับจนโช้คอัพยุบตัว แก้มยางหรือหน้ายางอาจเข้าไปเสียดสีกับกระบังลมซุ้มล้อ, บังโคลน, โซ่ หรือสวิงอาร์ม การเสียดสีอย่างต่อเนื่องด้วยความเร็วสูงจะทำให้ยางเกิดความร้อนสะสม โครงสร้างยางเสียหาย และอาจทำให้ยางระเบิดในขณะขับขี่ได้
มาตรวัดความเร็วเพี้ยน ระบบความปลอดภัยทำงานผิดพลาด
ขนาดยางที่เปลี่ยนไปจะทำให้เส้นรอบวงของล้อเปลี่ยนแปลง ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบอิเล็กทรอนิกส์ของรถมอเตอร์ไซค์รุ่นใหม่ๆ เช่น มาตรวัดความเร็วและระยะทางบนหน้าปัดจะเพี้ยนไปจากความเป็นจริง รถที่มีระบบความปลอดภัยขั้นสูง เช่น ระบบเบรก ABS หรือ ระบบควบคุมการลื่นไถล อาจคำนวณความเร็วรอบหมุนของล้อผิดพลาด ทำให้ระบบไม่ทำงานในจังหวะที่ต้องการ หรือทำงานไวเกินไปจนรบกวนการขับขี่ปกติ
รถสูญเสียการควบคุม ทรงตัวยาก
เวลาที่คุณต้องการจะเลี้ยวหรือหักหลบสิ่งกีดขวาง รถจะรู้สึก “หนัก” ต้องใช้แรงดึงหรือเอียงตัวมากกว่าปกติ รถจะไม่ยอมเข้าโค้งตามใจสั่ง ในย่านความเร็วต่ำ เช่น ตอนรถติดที่ต้องขี่มุดซิกแซก แฮนด์รถจะรู้สึกตึงและหนัก ทำให้ควบคุมรถได้งุ่มง่ามและพลิกรถได้ช้าลง ส่งผลให้คนขี่ต้องออกแรงเกร็งข้อมือและแขนตลอดเวลา จนเกิดอาการเมื่อยล้าได้ง่ายกว่าเดิมหลายเท่า

