NDR ส่งสัญญาณครึ่งปีแรกโตเด่น! รับอานิสงส์ยอดขายยางพุ่ง ฟากผู้บริหารมั่นใจสถานการณ์คลี่คลายหนุนต้นทุนผ่อนแรง พร้อมเร่งเครื่องต่อยอดธุรกิจใหม่ ชี้ธุรกิจยางยังเป็นเสาหลักสร้างรายได้ 70% ขณะที่ธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์โตเกินคาด จ่อบุ๊กรายได้ชีวมวลไตรมาส 3
นายชัยสิทธิ์ สัมฤทธิวณิชชา กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็น.ดี. รับเบอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ NDR ผู้ผลิตและจำหน่ายยางนอกและยางในรถจักรยานยนต์ภายใต้แบรนด์ N.D. Rubber เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า ภาพรวมการดำเนินธุรกิจในปัจจุบันยังเป็นไปตามแผนที่วางไว้ แม้จะมีปัจจัยกดดันจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ส่งผลต่อราคาพลังงานและวัตถุดิบ โดยมองว่าหากสถานการณ์สงครามคลี่คลายลงในระยะยาว จะช่วยให้ราคาวัตถุดิบกลับมามีเสถียรภาพมากขึ้น
ทั้งนี้ ต้นทุนพลังงานคิดเป็นสัดส่วนราว 10%ของต้นทุนรวม จึงไม่ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อธุรกิจเพียงด้านเดียว แต่ยังมีผลต่อราคาวัตถุดิบที่เกี่ยวข้อง เช่น ยางสังเคราะห์ ซึ่งในช่วงเกิดความขัดแย้ง ราคาปรับตัวขึ้นจากระดับไม่ถึง 2,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน ไปแตะระดับ3,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน
แนวโน้มผลการดำเนินงานไตรมาส 3/2569
คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากต้นทุนวัตถุดิบบางส่วน เนื่องจากบริษัทมีการสั่งซื้อวัตถุดิบล่วงหน้า ส่งผลให้ต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับเพิ่มขึ้นในช่วงที่ผ่านมาเริ่มสะท้อนเข้ามาในงบการเงินช่วงไตรมาส 3 อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์สงครามยุติลง เชื่อว่าภาพรวมต้นทุนจะเริ่มผ่อนคลายในไตรมาส 4/2569
ด้านยอดขายยังคงเป็นไปตามแผนที่วางไว้ แม้จะเกิดสถานการณ์สงครามขึ้น โดยไม่ได้ส่งผลกระทบต่อคำสั่งซื้อหรือความต้องการของตลาดอย่างมีนัยสำคัญ
ภาพรวมครึ่งหลังปี 2569
คาดว่าผลการดำเนินงานอาจชะลอตัวเมื่อเทียบกับครึ่งปีแรก เนื่องจากผลกระทบด้านต้นทุนจะเริ่มสะท้อนชัดเจนในไตรมาส 3 จากวัตถุดิบที่ซื้อไว้ล่วงหน้า ขณะที่ซัพพลายเออร์ยังมีสต๊อกวัตถุดิบต้นทุนสูงอยู่ อย่างไรก็ตาม หากปัจจัยด้านสงครามคลี่คลาย เชื่อว่าผลการดำเนินงานจะกลับมาปรับตัวดีขึ้นได้ในช่วงไตรมาส 4
ขณะที่ผลการดำเนินงานครึ่งปีแรก 2569 คาดว่าจะเติบโตดีกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน และบริษัทเชื่อว่ายังสามารถรักษาระดับความสามารถของอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ได้ แม้ยังไม่สามารถประเมินตัวเลขที่ชัดเจนได้ เนื่องจากยังมีปัจจัยด้านต้นทุนหลายด้านที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
เป้าหมายรายได้ปี 2569 หลังผ่านครึ่งปีแรก
บริษัทมองว่าธุรกิจหลักด้านยางยังสามารถสร้างรายได้ใกล้เคียงเป้าหมาย แม้ว่าปริมาณขายอาจต่ำกว่าเป้าบ้าง แต่สามารถชดเชยได้จากมูลค่าการขาย ในปัจจุบันสัดส่วนรายได้หลักของบริษัทมาจากธุรกิจการผลิตและจำหน่ายยางใน นอกรถจักรยานยนต์ประมาณ 70%ของรายได้รวม ส่วนธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์มีแนวโน้มเติบโตสูงกว่างบประมาณที่วางไว้ โดยเดิมบริษัทตั้งเป้ารายได้ธุรกิจดังกล่าวไว้ราว 100 ล้านบาท แต่คาดว่าผลการดำเนินงานจริงจะสูงกว่าประมาณการ และในอนาคตมีโอกาสเพิ่มสัดส่วนรายได้ขึ้นมาแตะระดับ 20% ของรายได้รวม
ขณะที่ธุรกิจชีวมวล ภายใต้บริษัท เอ็นดี กรีน แพลนเนท จำกัด คาดจะเริ่มรับรู้รายได้ตั้งแต่ไตรมาส 3/2569 เป็นต้นไป
อนึ่ง ผลประกอบการในไตรมาส 1/2569 บริษัทมีรายได้รวมอยู่ที่ 260.07 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.30% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิของงบรวมอยู่ที่ 11.95ล้านบาท เพิ่มขึ้น 175.24% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 10.30%จากไตรมาสก่อน ขณะที่อัตรากำไรสุทธิ(Net Margin) เพิ่มขึ้นจาก 1.87% เป็น 4.60%


